การขยี้บาร์เซโลน่าให้เละเป็นผุยผง หรือ การคว้าแชมป์ยุโรป

คุณว่า สำหรับแฟนเรอัล มาดริดที่สเปน เรื่องไหนมันมีความสำคัญมากกว่ากัน?

คำถามนี้ คือจุดชี้ขาด ในการเลือกตั้งหาประธานสโมสรเรอัล มาดริด ในปี 2000

เราจะไปเจาะลึกรายละเอียด ว่าทำไม”ฟลอเรนติโน่ เปเรซ” เอาชนะการเลือกตั้งได้สำเร็จ และที่สำคัญ เขาทำอย่างไร ถึงไปกระชาก “หลุยส์ ฟิโก้” จากคู่อริอันดับ 1 ได้ด้วย

หลังจากพ่ายแพ้ ในการเลือกตั้งหาประธานสโมสร เรอัล มาดริด ในปี 1995 ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ตั้งคำถามกับตัวเองว่า เพราะอะไรกันแน่ ที่ทำให้เขาพ่ายแพ้ขาดลอยแบบนั้น

และเจ้าตัวก็ได้คำตอบว่า นโยบายของเขา ยังไม่ดึงดูดมากพอ

การจะโค่นล้มฐานอำนาจ ที่ยึดครองสโมสรมายาวนานกว่า 1 ทศวรรษ อย่าง “โลเรนโซ่ ซานซ์” ได้ คุณต้องมีนโยบายที่กระแทกใจจริงๆ

คู่แข่งของเปเรซ ประธานสโมสรคนปัจจุบันโลเรนโซ่ ซานซ์ ออกนโยบายคือ รักษาความสม่ำเสมอเอาไว้ นั่นเพราะ 3 ปีหลังสุด ในวาระของเขา เรอัล มาดริด ได้แชมป์ยุโรปถึง 2 สมัย คือคุณไม่จำเป็นต้องไปเปลี่ยนแปลงอะไรที่กำลังดีอยู่แล้ว

นักเตะในทีมชุดปัจจุบัน ก็มีแต่ตัวเก่งๆ ราอูล, มอริเอนเตส, แม็คมานามาน, เอียร์โร่, โรแบร์โต้ คาร์ลอส ฯลฯ แกนหลักถือว่าโอเคแล้ว คือคุณได้แชมป์ยุโรปแล้วนะ จะเปลี่ยนแปลงทีมอะไรเยอะแยะ เดี๋ยวก็เสียสมดุลหมดหรอก

สื่อทุกสำนักจึงฟันธงว่า โลเรนโซ่ ซานซ์ ได้เป็นประธานอีกสมัยแน่ๆ ผลงานดีเยี่ยมจับต้องได้ แชมป์ยุโรปที่มาดริด รอคอยมา 32 ปี เขาสามารถเสกมันขึ้นมาได้ ถือเป็นเครดิตที่ใครก็ปฏิเสธไม่ลง

ดังนั้นเปเรซ จึงกลับมาทบทวน ถ้าเขาอยากชนะ ต้องมีนโยบายอะไรสักอย่างที่เหลือเชื่อมากๆ

เปเรซ จ้างคนทำการโหวต ถามกลุ่มโซซิโอในสโมสรว่า นักเตะคนไหนที่อยากได้มากที่สุด คำตอบที่นำโด่งมาเป็นอันดับ 1 คือหลุยส์ ฟิโก้

ฟิโก้ ณ เวลานั้น คือคีย์แมนอันดับ 1 ของบาร์เซโลน่า เป็นกัปตันทีม และมีส่วนสำคัญช่วยให้บาร์ซ่าได้แชมป์ลีก 2 สมัยซ้อน ว่ากันว่าอีกไม่นาน บัลลงดอร์จะมาอยู่ในมือเขาแน่นอน

นอกจากนั้น เขาก็ยังแอบไปสืบข้อมูลจากนักเตะในทีมเรอัล มาดริดด้วย ว่าถ้าอยากได้ใครสักคนมาเสริมทัพ ควรจะเอาใครดี ซึ่งคำตอบก็เหมือนแฟนๆ คือ ถ้าอยากได้คนที่ทำให้ทีมพัฒนาแบบก้าวกระโดด หลุยส์ ฟิโก้คือคำตอบ

แต่ปัญหาสำคัญคือฟิโก้ อยู่ในมือของบาร์เซโลน่า และบาร์ซ่า ไม่มีวันยอมปล่อยนักเตะของตัวเองให้มาดริด

ในอดีตเรายังพอเห็นนักเตะบางคน ย้ายจากมาดริดไปบาร์ซ่า อย่างหลุยส์ เอ็นริเก้ แต่ในเคสของบาร์ซ่าไปมาดริดโดยตรง นอกจากไมเคิล เลาดรูป ช่วงขาลงในปี 1994 คนที่เหลือยังนึกไม่ออก

ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ไปสืบมาจนได้ ว่าหลุยส์ ฟิโก้ มีค่าฉีกสัญญาในราคา 62 ล้านยูโร แพงที่สุดเป็นสถิติโลก ซึ่งเรื่องเงินน่ะจ่ายได้ แต่ประเด็นคือ ทำอย่างไรถึงจะให้ฟิโก้ “ตอบโอเค” ที่จะย้ายมามาดริด

คิดตามคอมม่อนเซนส์ จะมีนักเตะคนไหนอยากจะเปลืองตัว คุณเป็นกัปตันบาร์ซ่า คุณต้องรู้อยู่แล้วว่า ถ้าย้ายไปมาดริด จะโดนอะไรบ้าง

ฟิโก้ สู้อยู่ไปเรื่อยๆกับบาร์ซ่าดีกว่า ไม่มีความจำเป็นอะไร ที่ต้องไปมาดริด เพื่อให้ตัวเองต้องกลายเป็นศัตรูของชาวเมืองบาร์เซโลน่า

ตามกฎฟีฟ่าขั้นพื้นฐาน การย้ายตัวจะเกิดขึ้นได้ ต้องได้รับการยินยอมจากตัวนักเตะด้วย คือ แม้จะจ่ายเงินค่าฉีกสัญญาก็เถอะ แต่ถ้าตัวนักเตะไม่อยากมา มันก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี

++++++++++++++++++++++

แล้วคราวนี้ เปเรซจะทำอย่างไรล่ะ?

สิ่งที่เปเรซทำ คือวางกับดัก

การจะทำเรื่องเหลือเชื่อให้เกิดขึ้นได้ จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ ไปทื่อๆตรงๆ ไม่มีใครยอมโอเคกับคุณด้วยหรอก

เปเรซ ไปเจรจากับเอเยนต์ส่วนตัวของฟิโก้ ชื่อโชเซ่ เวก้า และ ยื่นข้อเสนอคือวางพนันเงินการเลือกตั้ง

ถ้าเปเรซ ไม่ถูกรับเลือก ให้เป็นประธานสโมสรเรอัล เขาจะยอมจ่ายเงินฟรีๆให้ฟิโก้ 400 ล้านเปเซตาส (85 ล้านบาท)

แต่ถ้าเปเรซ ได้รับเลือกตั้ง ฟิโก้ ต้องย้ายมาอยู่กับมาดริด

พอเวก้า เห็นข้อเสนอนี้ก็ยิ้มกริ่ม คือมีโอกาสฟันเงินนิ่มๆ 85 ล้านบาท เพราะ อ่านเกมดูก็รู้ว่า เปเรซ ไม่มีทางได้รับเลือกตั้งอยู่แล้ว

โลเรนโซ่ ซานซ์ เป็นเต็ง 1 แบบนอนมา ไม่มีเหตุผลอะไร ที่กลุ่มโซซิโอ จะไปเลือกนักธุรกิจที่ไม่เคยมีประสบการณ์ทางฟุตบอลมาก่อนอย่างเปเรซ

ลองคิดภาพตาม สมมติว่า มีผู้สมัครสักคน มาขอท้าชิงตำแหน่งประธานสโมสรเลสเตอร์ จากอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา หลังจากเพิ่งได้แชมป์พรีเมียร์ลีก คุณว่า ผู้ท้าชิงคนนั้นจะชนะไหม?

เอเยนต์ของฟิโก้ รับข้อเสนอมา ซึ่งเปเรซ ก็ยินดีจ่ายเงินตามคำพูด อย่างไรก็ตาม ในรายละเอียดของสัญญา เปเรซ เขียนไว้ต่อท้ายว่า ถ้าหาก ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ผิดสัญญา จะโดนปรับเงิน 5000 ล้านเปเซตาส (ประมาณ 1075 ล้านบาท)

++++++++++++++++++++++

เมื่อวางเดิมพันกับฟิโก้เรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาที่เปเรซ จะประกาศนโยบาย ถ้าเขาได้รับเลือกตั้ง

เปเรซ ให้คำมั่นสัญญากับโซซิโอ 2 ข้อ ข้อแรกคือ จะซื้อหลุยส์ ฟิโก้ มาครองให้ได้

และข้อ 2 คือ ถ้าเขาซื้อฟิโก้ไม่ได้ จะยอมจ่ายเงินซื้อตั๋วปีให้โซซิโอ ทั้งสโมสร จำนวน 83,967 คน

เปเรซบอกว่าการมาของฟิโก้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่ สำหรับเขาแค่ชนะอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องชนะแบบมีสไตล์ เขาจะนำพาเรอัล มาดริด ที่เล่นฟุตบอลได้งดงามเหมือนยุคของอัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่กลับมา

สัญญาเรื่องฟิโก้ โดนใจแฟนๆของเรอัล มาดริดอย่างจัง การกระชากตัวท็อปมาจากอ้อมอก บาร์เซโลน่าเนี่ยนะ? มันจะเป็นไปได้จริงๆหรอ

“แฟนๆเรอัล มาดริด ไม่ได้อยากได้ฟิโก้ เพราะชอบผลงานของนักเตะหรอก แต่พวกเขาอยากได้ เพราะต้องการเอาชนะบาร์เซโลน่า ต้องการแสดงให้เห็นว่า เรอัล มีพลังในการเอาชนะบาร์เซโลน่าได้ทุกอย่าง ถ้าเราอยากทำอะไร เราก็จะทำ” ดีเอโก้ ตอร์เรส นักข่าวของเอล ปาอิส เผย

“คำสัญญาของเปเรซ มันทำให้แฟนเรอัล มาดริด รู้สึกพอใจ การซื้อฟิโก้ คือการตบหน้าบาร์เซโลน่า ด้วยเช็กแค่ 1 ใบ บอกตรงๆนะ ถ้าเพื่อเอาชนะบาร์ซ่า พวกเขาไม่สนห่าอะไร โลเรนโซ่ ซานซ์ กับแชมป์ยุโรปหรอก”

ไม่เคยมีประธานสโมสรคนไหน ที่จะกล้าเย้ยบาร์ซ่าอย่างตรงๆแบบนี้ มันทำให้ กลุ่มผู้ลงคะแนนเสียงรู้สึกประทับใจ และมองว่าเปเรซมีความทะเยอทะยาน

อีกทั้งจากคำสัญญาของเปเรซ ถ้าเขาพลาดได้ตัวฟิโก้จริงๆ แฟนบอลก็ยังได้ดูบอลในสนามฟรีๆตลอด 1 ปี คือไม่มีอะไรเสียหายเลย ไม่ว่าจะออกเหลี่ยมไหน ก็ได้ประโยชน์ทุกทาง

ดังนั้น เปเรซจึงชนะการเลือกตั้งในที่สุด

เปเรซ อ่านเกมขาดแต่แรก ว่าสิ่งที่กระตุ้นแฟนบอลมาดริดได้ดีกว่าแชมป์ไหนๆ คือการทำให้บาร์เซโลน่าอับอาย และนั่นล่ะ คือจุดสำคัญของการหาผู้ชนะ ในเกมนี้



โจน กาสปาร์ต ประธานสโมสรบาร์เซโลน่า ณ ขณะนั้น

ความซวยตอนนี้ จึงตกมาอยู่ที่ตัวฟิโก้

บาร์เซโลน่า อยู่ในสถานการณ์กดดัน เพราะฟิโก้ มีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 62 ล้านยูโร เมื่อเรอัล มาดริดยื่นข้อเสนอมา ก็จะได้สิทธิเจรจากับตัวนักเตะทันที โดยบาร์ซ่าต้านทานอะไรไม่ได้

ความหวังเดียวของบาร์ซ่า ที่จะหยุดไม่ให้ดีลนี้เกิดขึ้น คือการที่ตัวฟิโก้ ตอบปฏิเสธเอง

ปัญหาคือ ด้วยการพนันโง่ๆของเอเยนต์ ที่หวังจะได้เงิน 85 ล้านบาทฟรีๆในตอนแรก กลายมาเป็นชนักติดหลังชิ้นสำคัญ

ตอนนั้นไม่มีใครรู้ว่าเปเรซ จะชนะการเลือกตั้งได้ กลายเป็นว่า ฟิโก้ ต้องถูกผูกมัดด้วยสัญญา ถ้าไม่ยอมย้ายไปมาดริด ต้องจ่ายเงิน 1075 ล้านบาท คือใครจะมีเงินขนาดนั้น

“ตอนที่เปเรซ ชนะการเลือกตั้ง โชเซ่ เวก้า ร้องไห้ออกมาเลย” เปาโล ฟูเตร้ เพื่อนสนิทของฟิโก้เล่า “ฟิโก้ไม่มีทางออกแล้ว เขาต้องเซ็นกับมาดริด หรือไม่ก็ต้องจ่ายเงิน 5 พันล้านเปเซต้า”

ฟิโก้ เอาเรื่องนี้ ไปบอกโจน กาสปาร์ต ประธานสโมสรบาร์เซโลน่า ให้ช่วยจ่ายเงินให้เขาหน่อย 5 พันล้านเปเซต้า (30 ล้านยูโร) ไม่อย่างนั้น เขาต้องย้ายไปอยู่มาดริด เพราะไม่มีปัญญาจ่ายเงินด้วยตัวเองแน่

แต่แน่นอน มันเป็นไปไม่ได้ ที่บาร์ซ่า อยู่ๆจะควักเงินระดับ 30 ล้านยูโร ให้มาดริดไปแบบเฉยๆ เงิน 30 ล้านนี่ มากกว่างบประมาณการซื้อนักเตะของบาร์ซ่าตลอดซีซั่น 1999-00 ด้วยซ้ำ

ในมุมของบาร์ซ่าก็เข้าใจได้ อยู่ๆเอเยนต์ของคุณไปดีลเอง สร้างเรื่องเอง แล้วจะให้สโมสรต้องตามล้างตามเช็ด จ่ายเงินมหาศาลแก้ไขเรื่องที่ตัวเองไม่ได้ก่อ มันใช่เรื่องหรอ

“ถ้านายไม่ยอมรับข้อเสนอของเรอัล มาดริด ฉันต้องล้มละลายแน่ ฉันจ่ายเงินไม่ไหว ชีวิตฉันพังแน่” เวก้า บอกกับฟิโก้แบบนั้น

ฟิโก้กับเวก้า คือเอเยนต์ที่ร่วมงานกันมานาน เขาเป็นคนผลักดันให้ฟิโก้ได้ย้ายมาอยู่บาร์เซโลน่าด้วย ดังนั้นทั้งคู่จึงเป็นเหมือนเพื่อนสนิทกันด้วย จะให้ฟิโก้ ทอดทิ้งเวก้า เขาก็ทำไม่ได้อีก

สุดท้ายเมื่อไม่มีทางเลือกอะไรเหลือแล้ว ฟิโก้ เลยต้องเซ็นสัญญากับเรอัล มาดริด ด้วยราคาสถิติโลก

ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ทำได้ตามที่เขาพูดจริงๆ

เปเรซ อาจจะเล่นตุกติกด้วยการไปแอบคุยกับเอเยนต์โดยไม่ผ่านฟิโก้ แต่ คนในวงการมองว่า ฟิโก้เองก็ผิดที่ยอมให้เอเยนต์ตัดสินใจแทนทุกอย่าง โดยไม่ใส่ใจรายละเอียดเลย

“มันเป็นความผิดของนักเตะนะ ถ้ายอมให้เอเยนต์จัดการทุกอย่าง ในเรื่องสำคัญแต่ยกอำนาจให้คนอื่นเซ็นเอกสารแทนคุณ มันก็ต้องรับผลที่ตามมา” อีวาน คอร์เรตจา เอเยนต์ของชาบี เอร์นันเดซ วิจารณ์ในกรณีนี้

เราจะเห็นได้ว่าเปเรซ คิดแผน 3 ชั้นในเรื่องนี้

ชั้นที่ 1 ถ้าเขาไม่ได้รับเลือกให้เป็นประธาน ก็แค่ยอมเสียเงิน 85 ล้านบาท ให้ฟิโก้ ซึ่งสำหรับนักธุรกิจอย่างเปเรซ เป็นตัวเลขที่จิ๊บจ๊อยมาก

ชั้นที่ 2 ถ้าเขาได้รับเลือก ฟิโก้ต้องยอมย้ายมาอยู่ ตามสัญญาที่เซ็นกันไว้

ชั้นที่ 3 ถ้าฟิโก้ ไม่ยอมย้ายมา เพราะบาร์ซ่ายอมควักเงินจ่ายให้ เขาก็จะเอาเงินก้อนนั้นกว่า 30 ล้านยูโรนั่นล่ะ เอามาซื้อตั๋วปี ให้แฟนบอลในสโมสร ตามคำสัญญาที่เขาให้ได้

ไม่ว่าจะออกหน้าไหน เปเรซ ก็ไม่มีเสียเปรียบเลย เขาวางแผนได้อย่างรอบคอบและเด็ดขาด นำมาสู่การคว้าตัวฟิโก้ได้สำเร็จในท้ายที่สุด

++++++++++++++++++++++

เมื่อได้ตัวฟิโก้ กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของเรอัล มาดริด

ตั๋วเข้าชมเกมลาลีกา ในซีซั่น 2000-01 ถูกขายหมด 18 จาก 19 เกมที่เล่นในบ้าน ส่วนยอดขายของที่ระลึกก็พุ่งกระฉูด เสื้อเบอร์ 10 ของฟิโก้ มียอดสั่งซื้อเป็นอันดับ 1

ตัวเงินสถิติโลกที่จ่ายให้บาร์ซ่าไม่นานนักก็ได้คืนทุน และสิ่งที่มาดริดได้มายิ่งกว่านั้น คือภาพลักษณ์ความยิ่งใหญ่ของสโมสร

ในสายตาแฟนบอลทั่วโลก มาดริดคือสโมสรที่พร้อมทุ่มเงินซื้อนักเตะดีที่สุดของโลก ถ้าคุณคิดว่าตัวเองคือคนที่เก่งที่สุด คุณต้องมาเรอัล มาดริด ซึ่งก็กลายเป็นจุดกำเนิดของกาลาคติกอส ในเวลาต่อมา

สำหรับคนที่ตกที่นั่งลำบากที่สุดคือฟิโก้ เขากลายมาโดนขนานนามว่าเป็นจูดาสของวงการฟุตบอล ที่กล้าหักหลังทีมเดิม เพื่อไปเล่นให้กับคู่แข่ง

แต่จริงๆ ฟิโก้เอง อยู่ในสถานการณ์ที่ทำอะไรไม่ได้ เมื่อเอเยนต์ไปเสียท่าเปเรซ ขณะที่ต้นสังกัดก็ไม่ยอมจ่ายเงินให้ มันทำให้เขาไม่มีทางเลือกอะไรเลย

เปเรซ รู้ดีว่าเขาทำให้ฟิโก้ลำบากใจ ซึ่งมันไม่ดีแน่ต่อการร่วมงานกันในระยะยาว ดังนั้นเขาจึงทำในสิ่งที่ทำได้ คือประเคนเงิน ให้ฟิโก้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ฟิโก้ได้ค่าเหนื่อยสูงสุดของสโมสร และได้ส่วนแบ่งถึง 50% ของยอดขายเสื้อทุกตัวที่มีชื่อของเขาปักหลัง

ในสายตาแฟนบอลบางส่วน ฟิโก้อาจเป็นผู้ร้าย แต่เปเรซก็อยากให้เป็นผู้ร้ายที่ร่ำรวยที่สุด นี่คือคำขอโทษในแบบของเขา
++++++++++++++++++++++

การคว้าฟิโก้ได้สำเร็จ เกิดขึ้นจากมุมมองทางธุรกิจของเปเรซ

เขาศึกษาตลาด และมองว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่แฟนมาดริดต้องการคืออะไร และคำตอบนั้นมันชัดเจนว่า การทำให้บาร์ซ่าพ่ายแพ้ คือความสุขสูงสุด ยิ่งกว่าโทรฟี่ใดทั้งนั้น

เขาจึงเอาสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ นำมาขายฝัน และระหว่างนั้นก็หากลยุทธ์ว่าทำอย่างไร จะทำได้ตามที่หาเสียงเอาไว้

ความกล้าหาญ ไหวพริบ และการเข้าใจผู้บริโภค คือจุดสำคัญในการชนะศึกเลือกตั้งครั้งนี้

สำหรับฟลอเรนติโน่ เปเรซ คุณอาจบอกได้ว่าเขาเป็นเผด็จการ เป็นจอมเล่ห์เหลี่ยม เป็นคนเลือดเย็น ใช่ คุณสามารถพูดแบบนั้นได้

แต่สิ่งที่ไม่เคยมีใครกล้าวิจารณ์เปเรซเลยจนถึงวันนี้ คือเรื่องของมันสมอง

จะรักหรือจะเกลียด ก็ต้องยอมรับในเรื่องนี้ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ เขาคือคนฉลาดจริงๆ

 

เว็บแทงบอลออนไลน์ระดับสากล
โปรโมชั่น+โบนัสสูงสุด 10000 บาท
บริการรวดเร็ว
ฝาก-ถอนง่าย

https://ufa23.com

สมัคร ufa23 ผ่าน line ได้ที่ คลิ๊ก