พฤหัส. พ.ค. 23rd, 2019

 

10ช่วงเวลาของอัจริยะลูกหนัง “ชาบี้ เอร์นานเดซ”

10ช่วงเวลาของอัจริยะลูกหนัง “ชาบี้ เอร์นานเดซ”

อีกหนึ่งอัจริยะลูกหนังที่ยากจะมีใครเทียบเคียง “ชาบี้ เอร์นานเดซ” เขาไม่ใช่ห้องเครื่องที่มีความเร็วจี๊ดจ๊าด ไม่ได้มีสกิลเลี้ยงบอลล็อกหลบที่หวือหวา แต่เขาคือหนึ่งในสุดยอด Killer pass ที่ทำให้เพื่อนเล่นต่อได้ง่าย หรือทำประตูได้สบาย ๆ

และวันนี้ชาบี้ในวัย 39 ปี ก็ประกาศว่าฤดูกาลนี้จะเป็นฤดูกาลสุดท้ายของเขาในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ เขาเล่นให้กับบาร์เซโลนาชุดใหญ่มาตั้งแต่อายุ 18 ซึ่งถ้านับกันจริง ๆ หนทางฟุตบอลอาชีพของเขาก็เดินทางมาแล้วร่วม 20 ปี ที่เราได้เห็นผู้ชายคนนี้ ร่ายมนตร์อยู่บนสนามหญ้าที่เขารัก และนี่ก็ถือเป็นบทความรวบรวมช่วงเวลาอันน่าประทับใจ เพื่อส่งท้ายของการเป็นนักฟุตบอลอาชีพของผู้ชายที่ชื่อ ชาบี้ เอร์นานเดซ

การลงเล่นให้ชุดใหญ่ครั้งแรกของ ชาบี้ เอร์นานเดซ นั้น บาร์เซโลนาอยู่ภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่รับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมจำเป็นในแมทช์นั้น

ซึ่งพบกับ เยย์ดา ในถ้วยโกปา กาตาลุนยา วันที่ 24 มีนาคม 1998 และชาบี้ในวัย 18 ก็พาบาร์เซโลนาในตอนนั้น ชนะเยย์ดา ไปได้แบบฉิวเฉียด 2-1

ทีมที่ชาบี้เป็นคนประเดิมประตูแรกในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ ก็คือเรอัล บัลยาโดลิด ในวันที่ 20 ธันวาคม 1998

แน่นอนว่าเป๊ป กวาร์ดิโอล่าคือตำนานของบาร์เซโลนา ไม่ว่าจะในบทบาทผู้จัดการทีม หรือในบทบาทนักเตะ จนกระทั่งวันหนึ่ง เป๊ป บาดเจ็บจนไม่สามารถลงเล่นได้ทั้งฤดูกาล และการขาดหายไปของเขา ก็ทำเอาไลน์อัพนักเตะป่วนไม่น้อย

ลุยส์ ฟาน กัล จึงตัดสินใจหยิบชาบี้มาอุดรอยรั่วดังกล่าว แฟน ๆ บาร์ซาไม่ปลื้มกับฟอร์มของเขามากนัก เข้าขั้นบู่เลยก็ว่าได้ ซึ่งนั่นเกือบทำให้ชาบี้ต้องโดนเทรดออกไป แต่ต้องบอกว่าบาร์เซโลนาคิดถูกแล้ว ที่ตัดสินใจเก็บตัวเขาไว้

อย่างที่หลายคนคงรู้กันอยู่แล้วว่า บาร์เซโลนา กับเรอัล มาดริดเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งแต่ไหนแต่ไร และการหยามเกียรติที่สุดคือการไปเล่นที่บ้านฝ่ายตรงข้าม แล้วถล่มให้ยับ นั่นแหละคือความเข้มข้นของอริฟุตบอลคู่นี้ วันที่ 2 พฤษภาคม ปี 2009 บาร์เซโลนาภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไปเยือนเรอัล มาดริด ถึงถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบว แมทช์นั้น ราชันย์พ่ายแพ้อย่างราบคาบ ชาบี้แอสซิสต์ให้เพื่อนยิงได้ถึง 4 ประตู แมทช์นั้นนับเป็นแมทช์ความทรงจำของแฟนบาร์เซโลนา แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นฝันร้ายของแฟนมาดริด

ย้อนไปเมื่อรอบชิงฯ ยูฟ่า แชมป์เปียนส์ ลีก ที่กรุงโรมในปี 2009 ขุมทัพเบลากรานาที่กุมบังเหียนโดย เป๊ป กวาร์ดิโอลา ต้องมาพบกับกองทัพเร้ด เดวิล ที่กุมบังเหียนโดยกุนซือมากประสบการณ์อย่างเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซึ่งหากเทียบชื่อชั้นของกุนซือทั้งสองก็เรียกได้ว่ากินกันไม่ลง ทางฝั่งเร้ด เดวิล ดูจะเหลื่อมกว่าหน่อยด้วยซ้ำ ทั้งสองทีมต่างผลัดกันรุก-รับ แต่ทีมที่เด็ดขาดกว่าเป็นบาร์เซโลนาซึ่งเอาชนะไป 2-0 และคว้าแชมป์เจ้ายุโรปไป ซึ่งประตูที่สองเริ่มจากบอลโยนแบบไร้ที่ติจากชาบี้ ก่อนที่เมสซี่จะโหม่งเข้าไปเป็นประตูในที่สุด

ฤดูุกาลเดียวกัน บาร์เซโลนาก็รั้งจ่าฝูง และคว้าแชมป์ลาลีก้า โดยทิ้งแต้มห่างอันดับสองอย่างเรอัล มาดริด 9 แต้ม นอกจากนั้นพวกเขายังเอาชนะ แอธเลติก บิลเบา ในรอบชิงชนะเลิศถ้วยโกปา เดล เรย์ ไป 4-1 เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่ควรค่าแก่การจดจำทั้งของชาบี้ และบาร์เซโลนา

ทัพสเปนที่นำโดย อิเคร์ กาซิยาส, การ์เลส ปูโยล, ชาบี เอร์นานเดซ, อันเดรส อีเนียสตา, เคราร์ด ปีเก้, เซร์จิโอ รามอส, ชาบี อลอนโซ่ และบางคนที่ไม่ได้กล่าวถึงในยุคทองของทีมชาติสเปน ช่วงระหว่างปี 2008-2012 ภายใต้กุนซือมากประสบการณ์อย่าง เดล บอสเก้ พวกเขาคว้าแชมป์ยูโรสองสมัยติดต่อกัน และคว้าแชมป์โลกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลสเปน

ซึ่งขณะนั้นนับเป็นจุดสูงสุดของชีวิตการค้าแข้งของ ชาบี้ เอร์นานเดซ การส่งบอลที่เฉียบแหลมของเขาเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ทำให้ ลา โรฆา กลายเป็นยอดทีมที่ยากจะเอาชนะได้ในตอนนั้น

หากพูดถึงชาบี้ สิ่งแรกที่เรานึกถึงก็คือการส่งบอล แต่พอติดตามมากเข้า เราก็เริ่มรู้สึึกว่ามันเป็นเรื่องปกติ ซึ่งจริงๆ มันไม่ได้ปกติหรอก เพราะการส่งบอลได้แม่นยำในแบบฉบับชาบี้ไม่ใช่ว่าใครๆ ก็ทำได้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นพื้นฐานฟุตบอลก็ตาม

ย้อนกลับไปในการพบกันระหว่างเปแอสเช และบาร์เซโลนาในปี 2012 ชาบี้ทำสถิติเป็นนักเตะคนแรกที่ส่งบอลให้เพื่อนได้ 100% (ส่งบอลทั้งหมด 96 ครั้ง) ซึ่งก็หมายความว่าการส่งบอลของเขาไม่ถูกฝ่ายตรงข้ามตัดบอล หรือทำบอลเสียแม้แต่ครั้งเดียว

ปูโยล คือหนึ่งในยอดกัปตันที่แฟน ๆ บาร์ซายอมรับในความเป็นสุภาพบุรุษลูกหนังของเขา และเมื่อใบไม้ถูกผลัดใบ ก็ถึงเวลาที่ชาบี้จะต้องขึ้นมารับหน้าที่นี้แทน ปูโยลอาจคุมน้อง ๆ ในทีม ด้วยการกระตุ้น แสดงให้น้องเห็นถึงการเล่นฟุตบอลที่ใสสะอาด ชาบี้ก็พาน้อง ๆ ไปได้ในแบบของเขา ด้วยวิสัยทัศน์ การอ่านเกม และการส่งบอลที่เฉียบขาด

การลงสนามเป็นครั้งสุดท้ายในลีกของ ชาบี้ ภายใต้เสื้อสีเลือดหมูน้ำเงิน เป็นแมทล์อำลาที่ยิ่งใหญ่มากๆ ครั้งหนึ่งของบาร์เซโลนา พร้อมกับฉลองการคว้าแชมป์ลีกฤดูกาล 2014-2015

เสียงปรบมือของแฟนๆ บาร์เซโลนาอื้ออึงไปทั่วทั้งคัมป์ นู เพื่อให้เกียรติผู้ชายคนนี้ในฐานะผู้นำ นักฟุตบอล และว่าที่ตำนานอีกคนของสโมสร พร้อมกับน้ำตาลูกผู้ชายที่ไหลออกมาอาบแก้ม ด้วยความปิติ เมื่อเห็นความรักที่แฟนๆ และสโมสรแห่งนี้มอบให้กับเขา

ใบไม้เมื่อมีวันผลิใบ ก็ย่อมมีวันที่ร่วงหล่น… ในที่สุดการค้าแข้งกว่า 23 ปี ของผู้ชายที่ชื่อ ชาบี้ เอร์นานเดซ ก็ถึงปลายทาง เขาประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าฤดูกาลนี้จะเป็นฤดูกาลสุดท้ายของเขา กับ อัล ซาดด์ สโมสรที่เขาเล่นอยู่ในปัจจุบันตั้งแต่ออกมาจากบาร์เซโลนา และเขายังเปรยๆ ไว้ว่าอยากเป็นโค้ชโดยยึดปรัชญาของ โยฮัน ครัฟฟ์ และสิ่งที่เขาถูกปลูกฝังจาก ลา มาเซีย จากนี้เราก็คงทำได้แค่รอดูว่าการเดินทางครั้งใหม่ของชาบี้จะเป็นเช่นไร

ไม่แน่ว่า… ไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า เราอาจจะเห็นเขากลับมาคุมบาร์เซโลนาชุดใหญ่จนประสบความสำเร็จเฉกเช่นรุ่นพี่อย่างเป๊ป กวาร์ดิโอลาก็ได้นะ

เว็บแทงบอลออนไลน์ระดับสากล
โปรโมชั่น+โบนัสสูงสุด 10000 บาท
บริการรวดเร็ว
ฝาก-ถอนง่าย

https://ufa23.com

สมัคร ufa23 ผ่าน line ได้ที่ คลิ๊ก